ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย

อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #1

  • ERK
  • รูปประจำตัวของ ERK
  • ออฟไลน์
  • พลังน้ำใจ: 0
พอดีมีปัญหาเรื่องค้าขายแรงมากแบบว่าไม่ได้เลยสักบาทก็มีทั้งๆที่ขายของกินเลยอยากรบกวนท่านผู้รู้แนะนำของขลังดีๆช่วยแก้ปัญหานี้หน่อยครับ
ขอบคุณ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #2

ก่อนอื่นกระผมอยากจะรู้ว่าร้านท่านขายของประเภทไหนก่อนอันดับแรก
2.ต้องดูด้วยว่าทําเลท่านดีหรือเปล่า
3.ถึงจะหาเครื่องลางมาเป็นขวัญกําลังใจได้นั้นท่านต้องการแบบไหนขอรายละเอียดหน่อยท่านเอกครับ
โสธายะ ฤฤาอัคคีตรีเนตร
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #3

  • ERK
  • รูปประจำตัวของ ERK
  • ออฟไลน์
  • พลังน้ำใจ: 0
ตรีเนตร เขียน:
ก่อนอื่นกระผมอยากจะรู้ว่าร้านท่านขายของประเภทไหนก่อนอันดับแรก
2.ต้องดูด้วยว่าทําเลท่านดีหรือเปล่า
3.ถึงจะหาเครื่องลางมาเป็นขวัญกําลังใจได้นั้นท่านต้องการแบบไหนขอรายละเอียดหน่อยท่านเอกครับ
1.เทคโลยีกับของกินครับท่าน
2.ทำเลไม่รู้จะบอกไงคือติดถนนครับแต่ค่อนข้างเงียบ
3.อยากได้แบบเห็นผลเร็วๆดูแลง่ายหน่อย
ลองเสนอมานะครับแล้วไงผมจะลองดูว่าจะดูแลเค้าได้ไหม
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #4

สีผึ้ง สาริกางาช้าง หลวงปู่หงษ์ พรมปัญโญ สุสานทุ่งมนต์ จ.สุรินทร์

กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อชมรูปภาพที่ซ่อนการนำเสนอต่อบุคคลทั่วไป


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อชมรูปภาพที่ซ่อนการนำเสนอต่อบุคคลทั่วไป
โสธายะ ฤฤาอัคคีตรีเนตร
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: ยอดบารมี

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #5

  • ERK
  • รูปประจำตัวของ ERK
  • ออฟไลน์
  • พลังน้ำใจ: 0
ERK เขียน:
ตรีเนตร เขียน:
ก่อนอื่นกระผมอยากจะรู้ว่าร้านท่านขายของประเภทไหนก่อนอันดับแรก
2.ต้องดูด้วยว่าทําเลท่านดีหรือเปล่า
3.ถึงจะหาเครื่องลางมาเป็นขวัญกําลังใจได้นั้นท่านต้องการแบบไหนขอรายละเอียดหน่อยท่านเอกครับ
1.เทคโลยีกับของกินครับท่าน
2.ทำเลไม่รู้จะบอกไงคือติดถนนครับแต่ค่อนข้างเงียบ
3.อยากได้แบบเห็นผลเร็วๆดูแลง่ายหน่อย
ลองเสนอมานะครับแล้วไงผมจะลองดูว่าจะดูแลเค้าได้ไหม
ท่านตรีเนตรครับตามที่ตอบมาเรื่องสีผึ้งนั้นส่วนตัวผมว่ามันไม่ตรงประเดนครับผมอยากได้ที่ช่วยเรียกลูกค้าครับเพราะลูกค้าเข้าน้อยครับท่านเรื่องเจรจาพอไหวแต่ไม่มีลูกค้ามาให้เจรจานี่สิครับท่านตรีเนตร
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #6

การที่เราจะค้าขายต้องดูที่องค์ประกอบหลายๆอย่างครับท่าน
1.อยู่ที่ดวงและวาสนาของท่านด้วย
2.อาหารและผลิตภัณต์และของๆที่ท่านจะขายว่ามีผู้บริโภคมากแค่ไหนและอะหร่อยเพียงใดว่ามีคนต้องการมากแค่ไหนด้วยท่าน
3.อยู่ที่กิริยามารยาทวาจาว่าดีเพียงไรยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองจะค้าขายต้องปากหวานด้วยท่าน
4.ทําเลก็สําคัญครับท่านในบางสิ่งเราต้องยอมรับในสภาพแวดล้อมด้วยว่าจะขายอะไรที่เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆ
5.ท่านต้องสวดมนต์อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรด้วยและทําบุญตามกําลังทรัพย์ของท่านด้วยและตลอดจนนั่งสมาธิ
บําเพ็ญเพียรภาวนาจะดีมากครับท่านและที่ข้าพเจ้าได้กล่าวความทั้งหลายมานี้มิได้สอนท่านนะครับแค่กระผมแนะนําเหตุเบื้องต้นครับ
ผมเชื่อว่าถ้าท่านทําตามที่กล่าวมานี้ผมรับรองได้เลยว่าท่านจักต้องทํามาค้าขึ้นครับอันนี้เป็นข้อแรกและส่วนเครื่องลางของขลังนั้นมาทีหลังครับท่าน
เครื่องลางหรือพระเครื่องใช่ว่าจะช่วยได้ทุกอย่างและอาจจะช่วยได้เสียทุกอย่างแต่อาจจะช่วยไม่ได้คือกฏแห่งกรรมครับท่าน
กระผมกล่าวความอันไดไม่เป็นที่พึงพอใจแด่ท่านกระผมขอกล่าวจักขอขมากรรมกับท่านเอกด้วยครับขอบคุณครับ
สีผึ้งของหลวงปู่หงษ์ จ.สุรินทร์ ครับท่านเก่งเรื่องสีผึ้งครับเมตตาค้าขายมหาเสน่ย์ครับสีผึ้งของท่านอฐิฐานใช้ได้ร้อยแปดครับ
บางครั้งอาจจะดีกว่ากุมารทองภูตพรายด้วยครับไม่ต้องเลี้ยงไม่ต้องเซ่นครับขอกล่าวแค่นี้ก่อนแลฯ

www.yandhava.com/index.php?option=com_ku...d=11&id=524&Itemid=3
โสธายะ ฤฤาอัคคีตรีเนตร
แก้ไขล่าสุด: 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา โดย ตรีเนตร.
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: ยอดบารมี

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #7

  • ERK
  • รูปประจำตัวของ ERK
  • ออฟไลน์
  • พลังน้ำใจ: 0
แล้วจะหาสีผึ้งที่ว่านี้ได้จากที่ไหนจากผู้ใดครับท่านตรีเนตร
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 3 ปี 1 เดือน ที่ผ่านมา #8

นางกวักช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้าน


กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อชมรูปภาพที่ซ่อนการนำเสนอต่อบุคคลทั่วไป



“โอมมหาสิทธิโชคอุดม โอมปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกสาวคนเดียวชื่อว่านางกวัก ชายเห็นชายรัก หญิงเห็นหญิงทัก รู้จักทุกตำบล คนรักถ้วนหน้า โอมพวกพาณิชชาค้าหัวแหวน พากูไปค้าถึงเมืองแมน ค้าแหวนก็ได้แสนทะนาน กูค้าสารพัดการ ก็ได้กำไรคล่อง ๆ กูจะค้าเงินก็เต็มกอง ทองก็เต็มหาบ กลับมาเรือนสามเดือน เลื่อนเป็นเศรษฐี สามปีเป็นพ่อค้าสำเภา โอมปู่เจ้าเขาเขียว ประสิทธิ์ให้แก่กูคนเดียวสวาหะ”

คาถาข้างต้นคือ “คาถาบูชานางกวัก” คนที่ นับถือบูชานางกวักย่อมคุ้นเคยและรู้จักคาถานี้เป็น อย่างดี หากเราสังเกตตามร้านค้า ร้านอาหาร หรือแม้แต่ตามบริษัทในย่านธุรกิจใหญ่โต มักจะเห็นรูปหล่อ รูปปั้น แม้กระทั่งรูปแกะสลักจากไม้ หรืองาช้าง เป็นรูปผู้หญิงนั่งพับเพียบ นุ่งผ้าซิ่น และห่มสไบเฉลียงแบบคนโบราณ มือซ้ายวางข้างลำตัวหรือถือถุงเงิน ส่วนมือขวายกขึ้นในลักษณะท่ากวัก ปลายนิ้วงอเข้าหาลำตัว ที่เราต่างทราบกันดีว่านี่คือ “นางกวัก”

นางกวักเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นตัวแทนของการทำมาค้าขาย ประหนึ่งว่าช่วยกวักเรียกลูกค้า เข้าร้าน ทำให้ทำมาค้าขึ้น ร่ำรวยเงินทอง นิยมตั้งบูชาไว้บนหิ้ง หรือไม่ก็วางไว้บริเวณหน้าร้าน และมีจำนวนไม่น้อยที่นำรูปปั้นนางกวักจากอาจารย์ดัง ๆ มาเลี่ยมทำเป็นสร้อยห้อยคอ

คนที่บูชาศรัทธาด้วยความเลื่อมใสจะสักการะนางกวักด้วยน้ำแดง และสำรับกับข้าวคาวหวานตามเหตุปัจจัยเพื่อให้ทำมาค้าขึ้น แต่ว่ากันว่าการบูชานางกวักต้องดูที่ท่ายกมือด้วย เพราะหากยกมือขึ้นในลักษณะกวักสูงระดับปาก จะมีความหมายว่า “กินไม่หมด” แต่หากมือที่กวักอยู่ต่ำกว่าระดับปาก จะมีความหมายว่า “กินไม่พอ” ฉะนั้น ใครอยากจะกินไม่หมด ต้องดูให้ดี ๆ

เหตุใดนางกวักที่เป็นเพียงรูปปั้น รูปสัญลักษณ์ จึงได้รับความนิยมเลื่อมใสศรัทธาของบรรดาผู้ทำมาค้าขายมากมายขนาดนั้น เรื่องนี้นับว่ามีความน่าสนใจ เพราะเมื่อสืบย้อนกลับไปถึงที่มาของตำนานนางกวักแล้วจะพบว่า ตำนานนางกวักนั้นมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล หรือมีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2,500 ปี เรื่องราวของนางกวักได้เดินทางผ่านกาลเวลาจากยุคพุทธกาลมาถึงยุคดิจิทัล แต่เรื่องราวของนางกวักกลับไม่ได้เสื่อมคลายความศรัทธาลงไปตามวันเวลา เพียงแต่รูปแบบตัวแทนของนางกวักอาจเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างตามความเป็นไปของยุคสมัย จากที่เป็นเพียงรูปปั้นแข็ง ๆ จะมีอุปกรณ์ไฮเทคเข้ามาช่วยให้การกวักมือของนางกวักมีความน่าสนใจขึ้น แต่จุดประสงค์ของการตั้งบูชานางกวักนั้นไม่เคยเปลี่ยน

ย้อนอดีตเล่าขานตำนานนางกวัก
มีหลายตำนานที่เล่าขานที่มาของนางกวัก ตามตำราโบราณว่ากันว่า นางกวักเป็นบุตรีของ “ปู่เจ้าเขาเขียว หรือท้าวพนัสบดี” ซึ่งเป็นเจ้าแห่งป่าเขาลำเนาไพร มีเพื่อนเป็นอสูรตนหนึ่งชื่อ “ท้าวกกขนาก” ได้ถูกพระรามเอาต้นกกแผลงไปถูกทรวงอก ทำให้ร่างถูกตรึงติดกับเขาพระสุเมรุ และต้องคำสาป ซึ่งจะพ้นคำสาปได้ก็ต่อเมื่อบุตรสาวของท้าวกกขนากทอใยบัวเป็นจีวร เพื่อถวายแด่พระศรีอาริยะเมตตรัยที่จะเสด็จมาตรัสรู้ได้สำเร็จ จึงจะพ้นคำสาป

นางประจันต์ ที่เป็นบุตรสาวของท้าวกกขนากจึงพยายามทอจีวรด้วยใยบัว ขณะเดียวกันก็ต้องอยู่คอยปรนนิบัติพระบิดาที่ถูกตรึงไว้กับเขาพระสุเมรุ ทำให้นาง มีความเป็นอยู่อย่างลำบากยากเข็ญ ปู่เจ้าเขาเขียวเกิดความสงสารจึงส่งนางกวักบุตรสาวให้มาอยู่เป็นเพื่อน ด้วยบุญฤทธิ์ของนางกวักได้บันดาลให้พ่อค้าวานิช และผู้คนเกิดความสงสารเมตตา นำทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอุปบริโภคมาให้นางประจันต์เป็นจำนวนมาก จนทำให้ความเป็นอยู่ของนางประจันต์มีความสมบูรณ์พูนสุข

ส่วนอีกตำนานเล่าว่า ในสมัยพุทธกาลมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีชื่อ สุจิตตพราหมณ์ ภรรยาชื่อ สุมณฑา มีบุตรีชื่อ สุภาวดี มีถิ่นฐานอยู่ใกล้กรุงสาวัตถี ประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว ต่อมา 2 สามีภรรยาคิดจะขยายกิจการให้ใหญ่โต จึงตัดสินใจซื้อเกวียนเพื่อบรรทุกสินค้าไปขายยังแว่นแคว้นต่างเมือง และบุตรสาวได้ขอติดตามบิดามารดาไปด้วยเป็นครั้งคราว ระหว่างเดินทางไปนั้นเอง สาวน้อยสุภาวดีมีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระกุมารกัสสปเถระ ทำให้ นางรู้สึกซาบซึ้งในพระธรรมจนเข้าถึงพระรัตนตรัย เมื่อพระกุมารกัสสปเถระเห็นนางเลื่อมใสศรัทธาเช่นนั้น จึงได้ประสาทพรให้สาวน้อยสุภาวดีและครอบครัวเจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สินเงินทองจากการค้าขาย

เมื่อบิดามารดาเดินทางไปค้าขายอีกเมืองหนึ่ง สุภาวดีก็มีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระศิวลีเถระ ซึ่งจาริกไปแสดงธรรมเช่นกัน ทำให้นางมีความรู้ในหลักธรรมอย่างแตกฉาน และได้รับพรจากพระศิวลีเถระเช่นเดียวกับที่ได้จากพระกุมารกัสสปเถระ

เมื่อสาวน้อยสุภาวดีติดเกวียนบิดามารดาไปค้าขายยังเมืองใดก็ทำให้ค้าขายได้คล่อง แต่หากครั้งใดที่นางไม่ได้ติดตามไปด้วย การค้าขายจะฝืดเคืองแตกต่างกันอย่างผิดหูผิดตา ดังนั้น บิดามารดาจึงให้นางติดเกวียนไปด้วยทุกครั้ง เนื่องจากรับรู้ถึงบุญบารมีของบุตรสาวที่ทำให้ครอบครัวค้าขายร่ำรวยและมั่งคั่งขึ้นจนถึงขั้นเป็นเศรษฐี

เมื่อกาลเวลาผ่านไป นางสุภาวดีเองได้ละสังขารตามเวลา แต่ผู้คนยังคงเลื่อมใสศรัทธาและพากันยกย่องในอานุภาพของนางที่บันดาลให้เกิดโชคลาภและความร่ำรวยแก่ครอบครัว คุณงามความดี ความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์ของนางสุภาวดีจึงได้รับการเชื่อถือ กราบไหว้บูชากันสืบต่อมา ผู้ที่ปรารถนาให้ตนเองร่ำรวยจึงมักจะหารูปปั้นของนางมาตั้งไว้บูชา และอัญเชิญวิญญาณของนางมาสถิตในรูปปั้น เมื่อปรากฏว่าผู้บูชานางประสบความสำเร็จ การค้าขายเจริญรุ่งเรือง จึงมีผู้นิยมทำตามกันมาอย่างแพร่หลาย


ตุ๊กตานางกวักที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตุ๊กตานางกวักที่สวยที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์


ท่านั่งกวักมือได้มาอย่างไร
“ท่านั่งกวักมือ” อันเป็นที่มาของชื่อ “นางกวัก” นั้น มีมาสมัยที่ลัทธิพราหมณ์แพร่เข้ามาสู่สุวรรณภูมิ เนื่องจากพราหมณ์นิยมพิธีกรรมและเวทมนตร์คาถา ต่าง ๆ ได้นำรูปปั้นของนางสุภาวดีเข้ามาด้วย ซึ่งได้จำลองมาจากท่านั่งขายของบนเกวียน แล้วทำเป็นรูปกวักมือให้คนเข้ามาซื้อสินค้าของนาง โดยแรก ๆ ทำขึ้นก็เพื่อไว้กราบไหว้บูชา ต่อมาเมื่อมีผู้เลื่อมใสมากขึ้นจึงมีการปลุกเสกรูปปั้นนี้แจกจ่ายให้กับผู้ที่ทำการค้า ทำให้ รูปปั้นแม่นางสุภาวดีได้รับความนิยมในหมู่ผู้ทำมาค้าขาย และแผ่ขยายความนิยมไปทั่ว และได้มีการเรียกรูปปั้นตามท่านั่งของนางว่า “นางกวัก”

แมวกวัก พัฒนาการต่อจากนางกวัก
ความเชื่อเกี่ยวกับนางกวักไม่ได้มีเฉพาะในบ้านเราเท่านั้น แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีความเชื่อแบบนี้เช่นกัน ทว่าสัญลักษณ์ของเขานั้นใช้เป็น “แมวกวัก” หรือที่เรียกว่า มาเนะคิ เนโกะ (Maneki Neko) ซึ่งใช้แมวเป็นสัญลักษณ์ของการเชื้อเชิญ และเรียกเงินทองโชคลาภให้ไหลมาเทมา ทำให้ทำมาค้าขายได้กำไรงอกงาม ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การยกขาของแมว เช่นเดียวกับลักษณะ การยกมือของนางกวัก กล่าวคือ แมวที่ยกขาหน้าขวาขึ้นบนจะหมายถึง การกวักเรียกเงินทองและโชคลาภ แต่หากแมวยกขาหน้าซ้ายขึ้นบนจะหมายถึง การช่วยกวักเรียกแขกให้มาเยือน ทำให้กิจการค้าขายดีมีกำไร



ปัจจุบันแมวกวักกลายเป็นสินค้ายอดฮิตของเหล่าบรรดาวัยรุ่น มีการผลิตออกมาเป็นสินค้าน่ารักหลากหลาย ทั้งที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ เครื่องวางตั้งสำหรับประดับประดา และทำเป็นสินค้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อให้พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ง่าย ซึ่งวัยรุ่นเองมีความเชื่อว่า แมวกวักใช้พกไว้เพื่อเป็นเครื่องรางช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและเป็นแรงจูงใจ รวมถึงช่วยเรียกความรัก

นางกวักกับการค้าขายในปัจจุบัน
ทุกวันนี้รูปปั้น รูปแกะสลัก อันเป็นตัวแทนของนางกวักนั้นมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งรูปลักษณะทางศิลปะ ขนาด และรูปร่าง ซึ่งมีตั้งแต่รูปหล่อขนาดใหญ่ ไปจนถึงขนาดเล็กห้อยคอได้ ด้วยความเชื่อที่ไม่เคยเสื่อมคลายว่าจะทำให้ธุรกิจร้านค้าเจริญรุ่งเรือง

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,500 ปีแล้ว แต่ความเลื่อมใสศรัทธาในนางกวักยังคงอยู่อย่างมิเสื่อมคลาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิและความเชื่อส่วนบุคคล

แต่เมื่อเรามองให้ลึกลงไปกว่านั้น นางกวักยังเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจให้ผู้ทำมาค้าขายรู้จักเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าร้าน เพราะหากหวังเพียงให้นางกวักช่วยเรียกลูกค้าให้อย่างเดียว แต่เจ้าของร้านไม่ยิ้มแย้ม หน้าตาไม่เชิญชวนให้ลูกค้าเข้าร้าน นางกวักก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ดังที่ พระครูสมุห์วิโรจน์ วรมงฺคโล วัดปราสาทสิทธิ์ จังหวัดราชบุรี ได้แต่งกลอนเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ดังนี้

โอมรวย มหารวย ช่วยกันกวัก
หากแม่ตัก อาหาร ใส่จานขาย
พ่อเสิร์ฟให้ ไม่นั่ง หวังสบาย
ลูกแจกจ่าย น้ำด้วย คงรวยไว
อันความรัก สมัครสมาน ในบ้านนี้
หากว่ามี มั่นคง อย่าสงสัย
ย่อมเกิดลาภ ทรัพย์พูน จำรูญใจ
มิต้องให้ ใครอื่นกวัก เลยสักนาง

:) สิ่งใดก็ตาม ที่ทำให้คนซื้อ คนขายต้องรู้จักพัฒนาตนเองเสมอ.......:)
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: ยอดบารมี

อยากได้ของขลังช่วยค้าขาย 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา #9

  • ยอดบารมี
  • รูปประจำตัวของ ยอดบารมี
  • ออฟไลน์
  • ธรรมทานังชินาติ
  • พลังน้ำใจ: 0
ลองดูนี่ไหมครับ

board.palungjit.org/f12/%E0%B8%81%E0%B8%...E0%B8%87-503818.html
อนุโมทนาสาธุการ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.317 วินาที
ขับเคลื่อนโดย Kunena